แม่บ้านคนใหม่ทำงานคนละสไตล์กับคนเก่าที่อยู่มาหลายปี เป็นเรื่องที่ทำให้นายจ้างหลายคนอึดอัดใจโดยไม่รู้จะพูดยังไงดี พับผ้าคนละแบบ จัดครัวคนละที่ ทำความสะอาดคนละลำดับ คำถามที่ตามมาคือควรปรับให้เขาทำแบบเดิม หรือปรับตัวเองให้ยอมรับสไตล์ใหม่ คำตอบอยู่ตรงกลางระหว่างสองทางนี้มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อบ้านเคยมีแม่บ้านคนเดิมอยู่นานจนทุกอย่างลงตัวเป็นระบบไปแล้ว การเปลี่ยนคนจึงรู้สึกสะดุดมากกว่าที่ควรจะเป็น
สไตล์ต่างไม่เท่ากับผิด
สิ่งแรกที่ควรแยกให้ออกคือ แม่บ้านคนใหม่ทำงานคนละสไตล์กับคนเก่า กับ การทำงานผิดพลาด เป็นคนละเรื่องกัน
- จัดตู้เย็นคนละโซนกับที่เคยชิน: แค่ต่างวิธี ไม่ใช่ผิด ถ้ายังหาของเจอง่าย
- พับผ้าคนละแบบ: ไม่กระทบผลลัพธ์สุดท้ายที่เสื้อผ้าเรียบร้อย
- ทำความสะอาดคนละลำดับห้อง: ไม่ใช่ปัญหาถ้าทำครบทุกจุดภายในเวลาเดียวกัน
- ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดคนละยี่ห้อที่เคยใช้: ไม่ใช่ปัญหาถ้าได้ผลลัพธ์เหมือนกัน
สไตล์การทำงานต่างกันแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าทำงานแย่กว่าคนเก่า เพียงแต่คุ้นเคยกับวิธีที่ต่างออกไปจากบ้านที่เคยทำงานมาก่อน
เรื่องไหนต้องตามมาตรฐานบ้าน เรื่องไหนปล่อยได้
การแยกให้ชัดว่าเรื่องไหนยืดหยุ่นได้ เรื่องไหนต้องคงมาตรฐานเดิมของบ้าน ช่วยลดความอึดอัดใจของทั้งสองฝ่าย
| ประเภทเรื่อง | ตัวอย่าง | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| ความปลอดภัยและสุขอนามัย | การเก็บของมีคม การแยกเขียงดิบสุก | ต้องตามมาตรฐานบ้านเสมอ ไม่ยืดหยุ่น |
| วิธีจัดเก็บที่ไม่กระทบใคร | ลำดับพับผ้า การจัดตู้เสื้อผ้า | ปล่อยให้ทำตามสไตล์ตัวเองได้ |
| เรื่องที่กระทบสมาชิกคนอื่นในบ้าน | ตำแหน่งของใช้ที่ทุกคนต้องหาเจอ | ต้องตกลงร่วมกันให้ตรงกับที่บ้านคุ้นเคย |
หลักง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าเรื่องนี้กระทบความปลอดภัยหรือกระทบคนอื่นในบ้านไหม ถ้าไม่กระทบ ปล่อยให้แม่บ้านคนใหม่ทำงานคนละสไตล์ไปได้เลยโดยไม่ต้องบังคับให้เปลี่ยน
ให้เวลาปรับตัวแค่ไหนถึงพอดี
การปรับตัวแม่บ้านใหม่ต้องใช้เวลา ไม่ควรคาดหวังว่าจะเข้าที่เข้าทางเหมือนคนเก่าตั้งแต่สัปดาห์แรก
1) สัปดาห์แรกถึงสอง ปล่อยให้เรียนรู้พื้นที่และระบบบ้านตามจังหวะของตัวเองก่อน
2) เดือนแรก เริ่มให้ฟีดแบ็กเฉพาะเรื่องที่กระทบมาตรฐานบ้านจริง ๆ ไม่ใช่ทุกจุดที่ต่างจากคนเก่า
3) หลังเดือนที่สอง ประเมินภาพรวมว่าปรับตัวเข้ากับบ้านได้ดีขึ้นหรือไม่ ก่อนตัดสินใจอะไรเพิ่มเติม
การเปรียบเทียบกับคนเก่าตลอดเวลาในช่วงแรก มักทำให้แม่บ้านรายเดือนคนใหม่รู้สึกกดดันเกินจำเป็น และอาจทำงานได้แย่ลงกว่าที่ควรจะเป็น
คุยกับแม่บ้านคนใหม่ให้ตรงจุดตั้งแต่ต้น
การคุยกับแม่บ้านคนใหม่อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น ช่วยลดความสับสนได้มากกว่าปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างเดาใจกัน
- บอกมาตรฐานที่ต้องคงไว้ตั้งแต่วันแรก: ไม่ปล่อยให้ไปรู้เองทีหลัง
- ชมเมื่อทำได้ดีในแบบของตัวเอง: ไม่ต้องเหมือนคนเก่าทุกอย่างถึงจะดี
- ถามความเห็นว่าวิธีไหนที่เขาถนัดที่สุด: บางวิธีอาจดีกว่าที่บ้านเคยทำมา
- ทบทวนร่วมกันเป็นระยะในเดือนแรก: ปรับจูนทั้งสองฝ่ายให้ลงตัว
เมื่อไหร่ควรทบทวนว่าปรับตัวได้จริงหรือไม่
หลังผ่านช่วงปรับตัวไปแล้ว ควรมีจุดทบทวนที่ชัดเจนว่าแม่บ้านคนใหม่เข้ากับบ้านได้จริงหรือยังต้องปรับอะไรเพิ่ม
- งานที่กระทบมาตรฐานบ้านลดลงต่อเนื่อง: สัญญาณว่าปรับตัวได้ดี
- ยังทำผิดจุดเดิมซ้ำ ๆ หลังบอกไปแล้วหลายครั้ง: อาจต้องคุยจริงจังมากขึ้น
- ทั้งสองฝ่ายรู้สึกสบายใจในการทำงานร่วมกันมากขึ้น: เป็นสัญญาณบวกที่ควรสังเกต
- ยังรู้สึกอึดอัดใจอยู่หลังผ่านไปสองเดือนแล้ว: ควรคุยเปิดใจอีกครั้งว่าจะไปต่อยังไง
การทบทวนแบบนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อจับผิด แต่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าความสัมพันธ์การทำงานกำลังไปในทิศทางที่ดีหรือควรปรับอะไรเพิ่มเติม กรณีแม่บ้านคนใหม่ทำงานคนละสไตล์แล้วยังไม่ลงตัว มักแก้ได้ด้วยการคุยตรง ๆ มากกว่าปล่อยผ่าน
แม่บ้านคนใหม่ทำงานคนละสไตล์กับคนเก่า ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปรับทั้งหมด แต่คือการหาจุดที่ทั้งมาตรฐานบ้านและความถนัดของแต่ละคนอยู่ร่วมกันได้
ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48
นาซ่าลาดพร้าว 48 ช่วยแนะนำวิธีปรับตัวเมื่อแม่บ้านรายเดือนคนใหม่ทำงานต่างจากคนเก่า พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องมาตรฐานบ้านที่ควรคงไว้ ทั้งช่วงทดลองงานและหลังเริ่มงานจริง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายปรับตัวเข้าหากันได้ราบรื่นที่สุด
สอบถามบริการแม่บ้านรายเดือนได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00
- โทร: 02-101-0582
- Line: @maid4848
- เว็บ: https://www.nasaladphrao48.com/
อ้างอิง
[ILO: สิทธิแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย] https://www.ilo.org/resource/article/new-rights-domestic-workers-thailand
[ILO: กฎระเบียบแรงงานทำงานบ้านปี 2024] https://www.ilo.org/resource/article/2024-thai-regulations-domestic-work-are-you-following-law

