มื้อเที่ยงของลูกทำเสร็จ พี่เลี้ยงจะกินด้วยกันไหม หรือต้องแยกทำอีกชุดให้ตัวเอง คำถามเล็ก ๆ แบบนี้หลายบ้านไม่เคยคุยกันชัดเจนตั้งแต่วันแรก จนบางทีกลายเป็นความอึดอัดใจที่ไม่มีใครพูดตรง ๆ พี่เลี้ยงกินอาหารเดียวกับลูกได้ไหม ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของแต่ละบ้านมากกว่า บางบ้านคิดเรื่องนี้ตั้งแต่วันสัมภาษณ์ แต่หลายบ้านนึกขึ้นได้ก็ตอนเปิดตู้เย็นแล้วไม่รู้ว่าจะแบ่งอาหารกันยังไงดี
ธรรมเนียมที่ต่างกันแต่ละบ้าน
บ้านแต่ละหลังมีธรรมเนียมเรื่องนี้ต่างกันไป ไม่มีแบบไหนถูกหรือผิดตายตัว
- บางบ้านให้กินร่วมโต๊ะเดียวกับลูก: มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวช่วงเวลาทำงาน
- บางบ้านแยกของใครของมันชัดเจน: ทำอาหารคนละมื้อตามงบและรสนิยมต่างกัน
- บางบ้านให้กินอาหารเดียวกันแต่คนละเวลา: ลดความอึดอัดเรื่องมารยาทบนโต๊ะ
- บางบ้านปล่อยให้พี่เลี้ยงเลือกเองว่าจะกินอะไร: ให้อิสระเต็มที่ในเรื่องนี้
ไม่มีธรรมเนียมไหนดีกว่ากันเสมอไป สิ่งสำคัญคือทั้งสองฝ่ายรู้สึกสบายใจกับข้อตกลงที่เลือก ไม่ใช่ทนทำตามเพราะเกรงใจ พี่เลี้ยงกินอาหารเดียวกับลูกได้ไหมจึงตอบได้ก็ต่อเมื่อรู้ว่าบ้านนั้นสะดวกแบบไหนจริง ๆ
มุมสุขอนามัยที่ควรพิจารณา
นอกจากธรรมเนียม เรื่องสุขอนามัยการกินร่วมกันก็เป็นปัจจัยที่ควรคิดถึงเช่นกัน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือทารก
- แยกช้อนกลางเมื่อกินอาหารเดียวกัน: ลดการแพร่เชื้อระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กเล็ก
- ล้างมือก่อนสัมผัสอาหารของเด็กเสมอ: มาตรฐานเดียวกับที่ใช้กับสมาชิกทุกคนในบ้าน
- ระวังเรื่องอาหารที่เด็กแพ้เป็นพิเศษ: ไม่ให้ปนกับอาหารของพี่เลี้ยงโดยไม่ตั้งใจ
- แยกภาชนะของเด็กทารกที่ยังไม่ครบวัคซีนหรือภูมิคุ้มกันต่ำ: ป้องกันการติดเชื้อจากผู้ใหญ่
บ้านที่มีทารกหรือเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง ควรเข้มงวดเรื่องพี่เลี้ยงกินอาหารเดียวกับลูกมากกว่าบ้านที่มีเด็กโตแล้ว เพราะความเสี่ยงต่อสุขภาพต่างกัน
มุมงบประมาณอาหารพี่เลี้ยง
เรื่องเงินเป็นอีกปัจจัยที่ควรตกลงให้ชัด เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกเสียเปรียบภายหลัง
| รูปแบบ | ลักษณะค่าใช้จ่าย | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| กินอาหารเดียวกับลูก | นายจ้างออกค่าอาหารรวมในมื้อเดียว | บ้านที่ทำอาหารปริมาณมากอยู่แล้ว |
| แยกของใครของมัน นายจ้างจ่ายเพิ่ม | มีงบอาหารแยกให้พี่เลี้ยงต่างหาก | บ้านที่อยากให้พี่เลี้ยงเลือกเมนูเองได้ |
| แยกของใครของมัน พี่เลี้ยงออกเอง | รวมอยู่ในค่าจ้างที่ตกลงกันแล้ว | บ้านที่ระบุเงื่อนไขนี้ชัดเจนตั้งแต่สัมภาษณ์ |
ไม่ว่าจะเลือกรูปแบบไหน ควรระบุไว้ในข้อตกลงการจ้างงานตั้งแต่ต้นว่าพี่เลี้ยงกินอาหารเดียวกับลูกหรือแยกกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเรื่องงบประมาณอาหารพี่เลี้ยงในภายหลัง
ตกลงชัดตั้งแต่แรกไม่มีใครอึดอัด
วิธีที่ดีที่สุดคือตกลงเรื่องอาหารตั้งแต่แรกในวันสัมภาษณ์ ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างเดาใจกันในวันทำงานจริง
1) ถามตรง ๆ ตั้งแต่แรกว่าพี่เลี้ยงสะดวกกินอาหารเดียวกับลูกไหม หรืออยากแยกของตัวเอง
2) อธิบายงบประมาณอาหารที่บ้านเตรียมไว้ให้ชัดเจน ไม่ต้องเดากันเอง
3) ทบทวนข้อตกลงนี้อีกครั้งหลังทำงานไปสักพัก เผื่อความต้องการเปลี่ยนไปจากตอนแรก
ปรับข้อตกลงเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
ข้อตกลงเรื่องอาหารที่ดีในวันแรก อาจต้องปรับเมื่อสถานการณ์ในบ้านเปลี่ยนไป เช่น ลูกโตขึ้นหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพใหม่
- ลูกเริ่มโตพอกินอาหารผู้ใหญ่ได้มากขึ้น: อาจรวมมื้ออาหารกันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
- ตรวจพบว่าลูกแพ้อาหารบางชนิดเพิ่มเติม: ต้องทบทวนเมนูที่กินร่วมกันใหม่
- พี่เลี้ยงมีเงื่อนไขสุขภาพส่วนตัวเปลี่ยนไป: เช่น ต้องคุมอาหารเฉพาะทางบางอย่าง
- งบประมาณของบ้านเปลี่ยนแปลง: ควรคุยเรื่องงบประมาณอาหารพี่เลี้ยงใหม่อย่างตรงไปตรงมา
การเปิดใจคุยเรื่องนี้เป็นระยะ ช่วยให้ข้อตกลงเรื่องอาหารยังเหมาะสมกับสถานการณ์จริงของบ้านอยู่เสมอ ไม่ใช่ยึดติดกับข้อตกลงเดิมที่อาจไม่เข้ากับปัจจุบันแล้ว บ้านที่ทบทวนเรื่องนี้ปีละครั้งพร้อมกับเรื่องอื่น ๆ ของการจ้างงาน มักไม่ต้องเจอปัญหาสะสมจนกลายเป็นความอึดอัดใจในภายหลัง
พี่เลี้ยงกินอาหารเดียวกับลูกได้ไหม ไม่สำคัญเท่ากับว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่มีใครต้องทนอึดอัดใจโดยไม่พูดออกมา
ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48
นาซ่าลาดพร้าว 48 ช่วยแนะนำวิธีตกลงเรื่องอาหารระหว่างนายจ้างและพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ลดความอึดอัดใจที่ไม่จำเป็น พร้อมให้คำแนะนำเรื่องสุขอนามัยที่เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็ก
สอบถามบริการพี่เลี้ยงเด็กได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00
- โทร: 02-101-0582
- Line: @maid4848
- เว็บ: https://www.nasaladphrao48.com/
อ้างอิง
[CDC: ข้อมูลพื้นฐานเรื่องการล้างมือให้สะอาด] https://www.cdc.gov/clean-hands/about/index.html
[FARE: ข้อเท็จจริงและสถิติเรื่องภูมิแพ้อาหาร] https://www.foodallergy.org/resources/facts-and-statistics

