ร่วมไว้อาลัย
ร่วมไว้อาลัย

LINE OA มีปัญหา กรุณาโทรติดต่อ 061-101-4848 

เด็กชอบโกหกเวลาทำผิด พี่เลี้ยงควรรับมือยังไง

เด็กชอบโกหกเวลาทำผิด พี่เลี้ยงรับมืออย่างไร

เด็กชอบโกหกเวลาทำผิด เป็นเรื่องที่พี่เลี้ยงหลายคนเจอบ่อย แล้วก็มักตกใจว่าทำไมเด็กตัวเล็ก ๆ ถึงพูดไม่ตรงกับความจริงได้ ความจริงแล้วเรื่องนี้มีเหตุผลของมัน และมีวิธีรับมือที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องดุหรือจับผิดแรง ๆ เวลาเจอเด็กชอบโกหกเวลาทำผิดแบบนี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งสติก่อนเสมอ

ทำไมเด็กถึงเลือกโกหกแทนบอกความจริง

ทำไมเด็กถึงเลือกโกหกแทนบอกความจริง ก่อนจะโมโหลองเข้าใจก่อนว่าเพราะอะไร เด็กชอบโกหกเวลาทำผิดมักมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ

  • กลัวถูกดุหรือถูกลงโทษถ้าพูดความจริง: การโกหกเป็นทางออกที่ดูปลอดภัยกว่าสำหรับเด็ก
  • อยากให้ผู้ใหญ่พอใจ ไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง: บางครั้งโกหกเพราะกลัวทำให้คนที่รักไม่พอใจ
  • ยังแยกไม่ค่อยออกระหว่างสิ่งที่อยากให้เป็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง: ในเด็กเล็กมากบางครั้งไม่ได้ตั้งใจโกหกตรง ๆ
  • เคยเห็นว่าพูดความจริงแล้วโดนหนักกว่าที่คิด: จึงเรียนรู้ว่าการปิดบังอาจปลอดภัยกว่าในความรู้สึกของเด็ก

เมื่อเข้าใจแบบนี้ จะเห็นว่าเด็กไม่ได้เกิดมาเป็นคนขี้โกหก แต่กำลังหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่กลัวอยู่

อย่าเพิ่งจับผิดตั้งแต่คำแรก

อย่าเพิ่งจับผิดตั้งแต่คำแรก พอรู้ว่าลูกพูดไม่ตรงความจริง อย่าเพิ่งรีบจับผิดหรือตั้งคำถามแบบสอบสวน แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเด็กชอบโกหกเวลาทำผิดเป็นเรื่องปกติของวัยนี้ก็ตาม

1) ตั้งสติก่อน ไม่แสดงความโกรธออกมาทันที

2) พูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ใช่น้ำเสียงจับผิด

3) ให้เวลาลูกอธิบายก่อนที่จะตัดสินว่าใครผิดใครถูก

วิธีนี้ช่วยให้ลูกไม่รู้สึกว่าต้องป้องกันตัวเองจนพูดความจริงยากขึ้นไปอีก

ชวนคุยให้ลูกกล้าเล่าเอง

ชวนคุยให้ลูกกล้าเล่าเอง แทนที่จะถามตรง ๆ ว่าโกหกใช่ไหม ลองเปิดโอกาสให้ลูกเล่าเองดีกว่า วิธีนี้ใช้ได้ผลกับเด็กชอบโกหกเวลาทำผิดเกือบทุกคน

สถานการณ์ วิธีชวนคุย
ของหายหรือแตก แต่ลูกบอกว่าไม่รู้เรื่อง ถามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แทนถามว่าใครทำ
ลูกบอกว่าทำการบ้านเสร็จแล้วทั้งที่ยังไม่เสร็จ ชวนดูการบ้านด้วยกันแทนการจับผิดคำพูด
ลูกโทษคนอื่นทั้งที่ตัวเองทำ ถามความรู้สึกของลูกก่อน แล้วค่อยพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อลูกรู้สึกว่ามีที่ให้เล่า ไม่ใช่มีแต่การจับผิด ก็มีแนวโน้มจะเล่าความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ชมเมื่อลูกยอมพูดความจริง

ชมเมื่อลูกยอมพูดความจริง จุดสำคัญที่มักถูกลืมคือช่วงที่ลูกยอมพูดความจริงแล้ว ควรให้กำลังใจตรงนั้นเลย เพราะการรับมือกับเด็กชอบโกหกเวลาทำผิดที่ได้ผลที่สุดคือช่วงเวลานี้

  • ขอบคุณที่ลูกกล้าบอกความจริง ก่อนจะพูดถึงเรื่องที่ทำผิด: ลูกจะรู้สึกว่าความซื่อสัตย์มีค่ามากกว่าความกลัว
  • ไม่ใช้คำพูดที่ทำให้รู้สึกว่าบอกความจริงแล้วยังโดนหนักกว่าเดิม: ถ้าพูดจริงแล้วโดนหนักพอกัน ครั้งหน้าลูกอาจเลือกโกหกอีก
  • ชมให้เจาะจงว่าดีใจที่ลูกเล่าให้ฟัง ไม่ใช่ชมลอย ๆ: ความชัดเจนช่วยให้ลูกเข้าใจว่าอะไรที่ทำถูก
  • ให้เวลาลูกแก้ไขสิ่งที่ทำผิดหลังจากยอมรับแล้ว: การแก้ไขมีความหมายมากกว่าการถูกลงโทษอย่างเดียว

เมื่อทำแบบนี้บ่อย ๆ ลูกจะเริ่มเชื่อว่าพูดความจริงแล้วปลอดภัยกว่าการโกหก และค่อย ๆ เลือกพูดความจริงมากขึ้นเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับ

คุยกับพ่อแม่เรื่องที่เจอทุกครั้ง

คุยกับพ่อแม่เรื่องที่เจอทุกครั้ง ไม่ว่าจะจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วหรือยัง ก็ควรทำแบบนี้เสมอ

  • เล่าเหตุการณ์และวิธีที่คุยกับลูกให้พ่อแม่ฟังตามจริง: พ่อแม่จะได้ใช้แนวทางเดียวกันต่อเนื่อง
  • ไม่ตัดสินใจลงโทษหรือให้บทเรียนใหญ่ ๆ ด้วยตัวเอง: เรื่องแบบนี้ควรให้พ่อแม่เป็นคนตัดสินใจหลัก
  • สังเกตว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน แล้วเล่าให้พ่อแม่ฟังเป็นภาพรวม: ช่วยให้เห็นแนวโน้มที่อาจต้องคุยกับลูกจริงจังขึ้น

เมื่อคุยกับพ่อแม่เรื่องที่เจอทุกครั้งแบบนี้ ทุกฝ่ายจะเข้าใจตรงกันว่าควรรับมือกับลูกแบบไหนต่อไป

ถ้าลูกโกหกบ่อยจนน่าเป็นห่วง

ถ้าสังเกตว่าลูกโกหกบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกผิดปกติ ก็ควรบอกพ่อแม่ให้ชัดเจนกว่าปกติ ไม่ใช่ปล่อยผ่านเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หาย

  • จดจำว่าลูกโกหกเรื่องอะไรบ้างและบ่อยแค่ไหน: ข้อมูลที่ชัดเจนช่วยให้พ่อแม่เห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น
  • สังเกตว่าลูกดูเครียดหรือกังวลผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่: อาจมีสาเหตุอื่นที่ลึกกว่าความซนตามวัย
  • ไม่ตัดสินใจว่าต้องพาลูกไปพบใครด้วยตัวเอง ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของพ่อแม่: พี่เลี้ยงมีหน้าที่ให้ข้อมูล ไม่ใช่ตัดสินใจแทน
  • เล่าบริบทให้ครบ ไม่ใช่แค่บอกว่าลูกโกหก: บริบทที่ครบช่วยให้พ่อแม่เข้าใจสถานการณ์ได้ถูกต้องมากกว่าการสรุปสั้น ๆ ว่าลูกทำผิดอะไร
  • บอกด้วยว่าพี่เลี้ยงเองรับมือไปแบบไหนบ้างในตอนนั้น: ช่วยให้พ่อแม่เห็นว่าทำอะไรไปแล้วและควรทำต่ออย่างไรในครั้งถัดไป

การแจ้งพ่อแม่ตรง ๆ แบบนี้ไม่ใช่การจับผิดลูก แต่เป็นการช่วยให้ครอบครัวดูแลลูกได้ตรงจุดมากขึ้น โดยไม่ปล่อยให้พฤติกรรมสะสมจนแก้ไขยากในภายหลัง

นาซ่าลาดพร้าว 48 เป็นตัวแทนหาแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็ก ที่เข้าใจว่าการสื่อสารกับเด็กต้องอาศัยความใจเย็นและความสม่ำเสมอ ดูข้อมูลแม่บ้านรายเดือนเพิ่มเติมได้เช่นกัน

ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48

สอบถามการจัดหาพี่เลี้ยงของเราได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00

อ้างอิง

[เฮลตี้ชิลเดรนดอตออร์ก (AAP) — การสื่อสารและวินัยในครอบครัว] https://www.healthychildren.org/English/family-life/family-dynamics/communication-discipline/Pages/default.aspx

[เมดไลน์พลัส — ภาพรวมพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย] https://medlineplus.gov/childdevelopment.html

Share the Post: