ร่วมไว้อาลัย
ร่วมไว้อาลัย

พ่อแม่นั่งวีลแชร์ปลอดภัยขึ้น เพราะได้คนดูแลที่พยุงเป็น

พ่อแม่นั่งวีลแชร์ปลอดภัยขึ้น เพราะได้คนดูแลที่พยุงเป็น

ผู้สูงวัยที่ต้องใช้วีลแชร์เสี่ยงเซล้มมากที่สุดในช่วงขึ้นลงวีลแชร์ ไม่ใช่ตอนนั่งอยู่บนวีลแชร์เฉย ๆ พ่อแม่นั่งวีลแชร์ปลอดภัยขึ้นจริง ถ้าได้คนดูแลที่พยุงเป็นและรู้จังหวะที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่มีแรงหรือใจดีเพียงอย่างเดียว

จุดเสี่ยงที่สุดตอนใช้วีลแชร์คือตรงไหน

การเข้าใจจุดเสี่ยงที่สุดช่วยให้คนดูแลระมัดระวังได้ตรงจุด แทนที่จะเผื่อระวังทุกช่วงเท่ากันหมด

ช่วงเวลา ความเสี่ยง เหตุผล
ตอนลุกจากเตียงหรือเก้าอี้มานั่งวีลแชร์ เสี่ยงสูงที่สุด ร่างกายต้องรับน้ำหนักตัวเองชั่วขณะก่อนนั่งลง
ตอนเข็นผ่านทางลาดหรือธรณีประตู เสี่ยงปานกลาง วีลแชร์อาจสะดุดจนโยกแรงกะทันหัน
ตอนนั่งอยู่บนวีลแชร์นิ่ง ๆ เสี่ยงต่ำที่สุด ร่างกายมีจุดรองรับมั่นคงแล้ว

เมื่อรู้ว่าช่วงลุกนั่งคือจุดเสี่ยงที่สุด คนดูแลที่พยุงเป็นจะให้ความสำคัญกับจังหวะนี้เป็นพิเศษ มากกว่าช่วงอื่นที่ความเสี่ยงต่ำกว่า

เทคนิคพยุงตัวที่ถูกวิธีเป็นอย่างไร

เทคนิคพยุงตัวที่ถูกวิธีไม่ใช่แค่การออกแรงพยุง แต่ต้องอาศัยจังหวะและตำแหน่งที่ถูกต้องด้วย

  • ยืนด้านข้างที่ใกล้วีลแชร์มากที่สุดก่อนเริ่มพยุง: ลดระยะที่ต้องเคลื่อนตัวระหว่างพยุง
  • นับจังหวะร่วมกับผู้สูงวัยก่อนออกแรงทุกครั้ง: ให้ทั้งสองฝ่ายออกแรงพร้อมกันไม่ใช่คนใดคนหนึ่งรับน้ำหนักฝ่ายเดียว
  • ใช้ขาและสะโพกของตัวเองรับแรงแทนหลัง: ป้องกันคนดูแลบาดเจ็บหลังจากพยุงผิดท่า
  • ล็อกเบรกวีลแชร์ให้แน่นก่อนเริ่มพยุงทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น: ป้องกันวีลแชร์ไถลระหว่างขึ้นลง

เทคนิคพยุงตัวเหล่านี้ฝึกได้ไม่ยาก แต่ต้องทำจนเป็นความเคยชิน ไม่ใช่แค่รู้ทฤษฎีแล้วลืมนำไปใช้จริงตอนพยุงจริง การฝึกซ้อมกับหมอนหรือคนในบ้านก่อนพยุงจริงกับพ่อแม่ ช่วยให้คนดูแลมั่นใจขึ้นมากก่อนลงมือกับสถานการณ์จริง

เช็กอย่างไรว่าคนดูแลพยุงเป็นจริง

ก่อนจ้างคนดูแลผู้สูงวัย ควรมีวิธีเช็กว่าพยุงเป็นจริง ไม่ใช่แค่บอกว่ามีประสบการณ์ในใบสมัคร

1) ให้ลองพยุงสาธิตจริงต่อหน้า สังเกตว่าล็อกเบรกวีลแชร์ก่อนหรือไม่

2) สังเกตว่านับจังหวะหรือพูดคุยกับผู้สูงวัยก่อนออกแรงพยุงหรือไม่

3) ถามประสบการณ์ที่เคยพยุงผู้สูงวัยที่มีน้ำหนักตัวหรือสภาพร่างกายใกล้เคียงกับพ่อแม่ของเรา

การเช็กแบบลงมือจริงนี้ บอกได้ชัดกว่าการอ่านประวัติการทำงาน ว่าคนดูแลคนนี้พยุงเป็นจริงหรือแค่เคยผ่านงานดูแลผู้สูงวัยมาเฉย ๆ โดยไม่มีทักษะพยุงที่แม่นยำพอ

ป้องกันการเซล้มนอกเหนือจากตอนพยุง

นอกจากเทคนิคพยุงตัว การป้องกันการเซล้มยังต้องดูแลสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้สูงวัยไปพร้อมกัน

  • เว้นทางเดินให้กว้างพอสำหรับวีลแชร์ผ่านโดยไม่ชนสิ่งกีดขวาง: ลดโอกาสวีลแชร์สะดุดจนโยกแรง
  • ตรวจยางล้อวีลแชร์ให้อยู่ในสภาพดีสม่ำเสมอ: ยางที่สึกหรือลมอ่อนทำให้วีลแชร์ควบคุมยากขึ้น
  • จัดพื้นที่ให้แห้งไม่ลื่นบริเวณจุดขึ้นลงวีลแชร์: ลดความเสี่ยงคนดูแลเองลื่นล้มขณะพยุง
  • ฝึกพยุงถูกวิธีร่วมกับคนดูแลเป็นประจำทุกสองสามเดือน: ทักษะที่ไม่ได้ใช้บ่อยอาจเสื่อมลงถ้าไม่ทบทวน

การดูแลสภาพแวดล้อมควบคู่กับเทคนิคพยุงตัวที่ถูกวิธี ช่วยให้พ่อแม่นั่งวีลแชร์ปลอดภัยขึ้นได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่แค่ปลอดภัยชั่วคราวตอนที่คนดูแลระมัดระวังเป็นพิเศษ

ฝึกคนดูแลที่พยุงเป็นให้ต่อเนื่อง

แม้จ้างคนดูแลที่พยุงเป็นตั้งแต่แรกแล้ว การฝึกฝนต่อเนื่องยังจำเป็นเพื่อรักษาระดับความชำนาญไว้

1) ทบทวนเทคนิคพยุงตัวร่วมกับคนดูแลทุกสองถึงสามเดือน ไม่ปล่อยผ่านเพราะคิดว่าทำเป็นแล้ว

2) สังเกตพฤติกรรมพยุงจริงเป็นระยะ ไม่ใช่เชื่อจากคำบอกเล่าอย่างเดียว

3) ปรับเทคนิคให้เหมาะกับสภาพร่างกายของพ่อแม่ที่อาจเปลี่ยนไปตามเวลา เช่น น้ำหนักตัวหรือกำลังขาที่ลดลง

การฝึกฝนต่อเนื่องแบบนี้ ทำให้คนดูแลที่พยุงเป็นยังคงพยุงได้ปลอดภัยแม้เวลาผ่านไปนาน ไม่ใช่ทักษะที่เสื่อมลงโดยไม่มีใครสังเกต ครอบครัวที่จริงจังกับเรื่องนี้มักนัดทบทวนพร้อมกันทุกครั้งที่พาพ่อแม่ไปพบแพทย์ตามนัด เพื่อให้เป็นกิจวัตรที่ไม่ต้องคอยเตือนกันเอง

พ่อแม่นั่งวีลแชร์ปลอดภัยขึ้นจริง เมื่อได้คนดูแลที่พยุงเป็นถูกจังหวะและถูกท่า พร้อมดูแลสภาพแวดล้อมรอบตัวควบคู่กันไปด้วย

ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48

นาซ่าลาดพร้าว 48 ให้บริการจัดหาคนดูแลผู้สูงวัยที่ผ่านการฝึกเทคนิคพยุงตัวถูกวิธี ช่วยให้พ่อแม่นั่งวีลแชร์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นในทุกกิจวัตรประจำวัน

สอบถามบริการคนดูแลผู้สูงวัยที่พยุงเป็นได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00

อ้างอิง

[OSHA: แนวทางเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย] https://www.osha.gov/healthcare/safe-patient-handling

[MedlinePlus: การดูแลผู้สูงวัยที่บ้าน] https://medlineplus.gov/ency/patientinstructions/000450.htm

Share the Post: