พ่อรับลูกชายสองคนมาเลี้ยงเอง ต้องทำงานด้วย ดูการบ้านด้วย มีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงานได้ยังไง

คุณพ่อที่เลี้ยงลูกชายสองคนเอง ต้องทำงาน ต้องดูการบ้าน และต้องจัดเวลาทั้งวัน มักรู้สึกว่าวันหนึ่งไม่พอสำหรับทุกอย่าง คำถามที่ตามมาคือ พ่อเลี้ยงลูกชายสองคนเองมีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงาน ได้อย่างไร โดยไม่ต้องยกทุกอย่างให้ใครไป บทความนี้ไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวของครอบครัวใด แต่ชวนดูหลักการแบ่งงานระหว่างพ่อกับพี่เลี้ยงที่ใช้ได้กับบ้านที่พ่อเป็นผู้ดูแลหลัก
วันหนึ่งของพ่อที่เลี้ยงเองมีอะไรบ้าง
ก่อนแบ่งงาน ให้เห็นภาพทั้งวันก่อนว่ามีอะไรบ้างที่ต้องทำ เพราะบ้านที่พ่อเลี้ยงลูกชายสองคนเองมีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงานมักไม่ได้ขาดแค่เวลาเฝ้าลูก แต่ขาดเวลาในหลายช่วงที่งานซ้อนกัน
- ช่วงเช้า: เตรียมตัวลูกไปโรงเรียนพร้อมกับเตรียมตัวไปทำงาน ทำให้ต้องรีบทั้งสองเรื่อง
- ช่วงทำงาน: ลูกอยู่โรงเรียนหรืออยู่บ้านตามช่วงวัย ต้องมีคนดูแลตามที่ตกลง
- ช่วงเย็น: ต้องรับลูกกลับ เตรียมมื้อเย็น และดูการบ้านในเวลาเดียวกัน
- ช่วงก่อนนอน: ต้องดูแลลูกสองคนที่นอนเวลาไม่เท่ากันพร้อมกับเตรียมตัวสำหรับวันรุ่งขึ้น
พอเห็นว่าช่วงไหนที่งานซ้อนกันมากที่สุด จะรู้ว่าควรให้พี่เลี้ยงช่วยตรงไหนก่อน ไม่ต้องรับช่วยทั้งวันถ้ายังไม่จำเป็น
เขียนงานของพ่อและพี่เลี้ยงแยกกัน
เขียนงานของพ่อกับงานของพี่เลี้ยงแยกกันเป็นขั้นแรกที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรู้หน้าที่ของตัวเอง และเป็นสิ่งที่ผู้ที่พ่อเลี้ยงลูกชายสองคนเองมีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงานควรทำก่อนวันเริ่มงาน
| งาน | ใครทำ |
|---|---|
| ตัดสินใจเรื่องลูก เช่น กฎบ้าน การพบเพื่อน การเรียน | พ่อเป็นผู้ตัดสินใจเสมอ |
| ดูแลกิจวัตรประจำวันของลูกตามที่พ่อกำหนด เช่น มื้ออาหาร อาบน้ำ เตรียมของ | พี่เลี้ยง |
| ดูการบ้านเท่าที่พ่อตกลงไว้ เช่น ให้ลูกนั่งทำและเตือนเวลา | พี่เลี้ยง โดยไม่ทำแทนลูก |
| ตรวจการบ้านและคุยกับครูเรื่องการเรียน | พ่อ |
เมื่อแยกชัด พี่เลี้ยงรู้ว่าเรื่องไหนทำได้เลยและเรื่องไหนต้องถามพ่อก่อน ส่วนพ่อก็ไม่ต้องกังวลว่าพี่เลี้ยงจะตัดสินใจแทนในเรื่องที่ไม่ควร
ลูกสองคนที่ต้องการต่างกัน
ลูกสองคนอายุต่างกันต้องแบ่งความใส่ใจ เป็นเรื่องที่บ้านพ่อเลี้ยงเดี่ยวมักเจอ เพราะลูกคนโตกับคนเล็กต้องการต่างกัน และพ่อเองก็แบ่งตัวไม่ได้ตลอด ผู้ที่พ่อเลี้ยงลูกชายสองคนเองมีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงานควรบอกพี่เลี้ยงให้ชัดว่าลูกแต่ละคนเป็นอย่างไร
- บอกกิจวัตรและสิ่งที่ลูกแต่ละคนชอบหรือไม่ชอบ: พี่เลี้ยงปรับวิธีดูแลได้ตรงขึ้น
- บอกว่าลูกคนไหนต้องการคนอยู่ใกล้มากกว่า: ไม่ให้ใครรู้สึกว่าถูกละเลย
- ตกลงว่าเวลาลูกทะเลาะกัน ให้พี่เลี้ยงทำอย่างไร: ใช้วิธีเดียวกับที่พ่อใช้เพื่อไม่ให้ลูกสับสน
- เรื่องความรู้สึกของลูกหรือเรื่องครอบครัวที่ลึกซึ้ง: พ่อเป็นผู้คุยกับลูกเอง ไม่ใช่หน้าที่ของพี่เลี้ยง
พี่เลี้ยงไม่ได้เป็นนักจิตวิทยา และไม่ควรให้ความเห็นเรื่องที่ลึกกว่ากิจวัตร ถ้าพ่อกังวลเรื่องความรู้สึกของลูก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กโดยตรง
เรื่องการบ้าน
พี่เลี้ยงดูการบ้านเท่าที่พ่อตกลงไว้ เป็นหลักที่ช่วยกันความสับสนเรื่องบทบาท เพราะบ้านที่พ่อเลี้ยงลูกชายสองคนเองมีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงานมักอยากให้พี่เลี้ยงช่วยเรื่องการบ้านเต็มที่ แต่ต้องตกลงขอบเขตให้ชัดก่อน
- ให้ลูกนั่งทำการบ้านในที่เดิมและเวลาเดิมทุกวัน: ลูกคุ้นกับกิจวัตรและทำได้ง่ายขึ้น
- พี่เลี้ยงเตือนเวลาและดูว่าลูกทำเสร็จ ไม่ทำแทนลูก: การบ้านเป็นงานของลูก
- ถ้าลูกถามเนื้อหาที่พี่เลี้ยงไม่แน่ใจ ให้จดไว้ถามพ่อหรือครู: ไม่เดาให้ลูกจำผิด
- พ่อตรวจและคุยเรื่องการเรียนกับลูกเอง: เป็นเรื่องที่พ่อควรรับรู้โดยตรง
การตกลงแบบนี้ช่วยให้ช่วงการบ้านไม่กลายเป็นความตึงเครียดในบ้าน และพี่เลี้ยงทำงานในขอบเขตที่ชัดเจน
พ่อเป็นผู้ตัดสินใจ
พ่อเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องลูกเสมอ ไม่ว่าจะมีพี่เลี้ยงช่วยมากแค่ไหน และเป็นหลักที่บ้านที่พ่อเลี้ยงลูกชายสองคนเองมีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงานควรยึดไว้ตลอด
- เรื่องสุขภาพหรืออาการเจ็บป่วยของลูก: พี่เลี้ยงบอกพ่อทันทีตามที่เห็น ไม่ตัดสินใจเรื่องการรักษาเอง
- เรื่องวิธีเลี้ยงที่ต่างจากที่พ่อทำ: คุยกันก่อน ไม่เปลี่ยนเองโดยไม่บอก
- เรื่องที่ไม่แน่ใจว่าอยู่ในขอบเขตหรือไม่: ถามพ่อก่อนทำ ไม่เดา
- เรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัวหรือญาติของลูก: พ่อเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้ใครเข้าเกี่ยวข้อง
นาซ่าลาดพร้าว 48 เป็นตัวแทนจัดหาแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็ก ใครที่กำลังหาพี่เลี้ยงมาช่วยแบ่งงานกับพ่อที่เลี้ยงลูกเองก็ปรึกษาเราได้ โดยบอกความต้องการให้ชัด เราไม่สามารถสัญญาผลล่วงหน้าได้ และพ่อเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเสมอ
ทบทวนเมื่อกิจวัตรเปลี่ยน
ทบทวนการแบ่งงานเมื่อกิจวัตรเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นระยะ เพราะลูกโตขึ้น ตารางเรียนเปลี่ยน หรือเวลาทำงานของพ่อเปลี่ยน ทำให้การแบ่งงานของพ่อเลี้ยงลูกชายสองคนเองมีพี่เลี้ยงช่วยแบ่งงานต้องปรับตาม
- นั่งคุยกับพี่เลี้ยงสั้น ๆ ช่วงแรกหลังเริ่ม: ปรับก่อนจะกลายเป็นนิสัย
- ดูว่าช่วงไหนยังตึงที่สุดแล้วปรับช่วงนั้นก่อน: ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน
- เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น ปรับความช่วยเหลือให้ลดลงตามที่เหมาะสม: ไม่ต้องคงรูปแบบเดิมตลอด
- จดสิ่งที่ปรับไว้เพื่อทบทวนอีกรอบ: ตารางจะเข้ากับบ้านมากขึ้นทีละน้อย
การทบทวนไม่ได้แปลว่าแผนเดิมผิด แต่เป็นการดูแลให้การแบ่งงานยังตรงกับชีวิตจริงของบ้านเสมอ
ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48
สอบถามการจัดหาพี่เลี้ยงของเราได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00
- โทร: 02-101-0582
- Line: @maid4848
- เว็บ: https://www.nasaladphrao48.com/
อ้างอิง
[HealthyChildren.org (สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน) — การสื่อสารและการวางกติกาในบ้าน] https://www.healthychildren.org/English/family-life/family-dynamics/communication-discipline/Pages/default.aspx
[HealthyChildren.org — เด็กวัยเรียนและเรื่องโรงเรียน] https://www.healthychildren.org/English/ages-stages/gradeschool/school/Pages/default.aspx






