วิธีขจัดคราบบนเสื้อให้ได้ผลจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำยาซักผ้าราคาแพงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่ารู้จักชนิดของคราบและจัดการให้ถูกวิธีตั้งแต่ก่อนโยนลงเครื่องซักหรือเปล่า คราบกาแฟ คราบหมึก และคราบน้ำมัน แต่ละแบบต้องการวิธีที่ต่างกัน ใช้วิธีเดียวกันหมดมักได้ผลไม่เต็มที่
หลักการทั่วไปก่อนขจัดคราบทุกชนิด
ก่อนลงมือขจัดคราบบนเสื้อแบบเฉพาะทาง มีหลักทั่วไปที่ใช้ได้กับคราบเกือบทุกชนิดบนเสื้อผ้า
- จัดการคราบให้เร็วที่สุด: คราบสดขจัดง่ายกว่าคราบที่ตากแห้งแล้วมาก
- ห้ามใช้น้ำร้อนกับคราบที่ไม่รู้ชนิดแน่ชัด: ความร้อนอาจทำให้คราบบางชนิดฝังแน่นขึ้น
- ทดสอบน้ำยาตรงมุมเสื้อที่มองไม่เห็นก่อนเสมอ: กันผ้าเสียสีหรือเสียเนื้อผ้า
- ห้ามอบแห้งก่อนแน่ใจว่าคราบหายแล้ว: ความร้อนจากเครื่องอบทำให้คราบติดถาวร
กฎเหล่านี้ฟังดูพื้นฐาน แต่เป็นสาเหตุอันดับต้นที่ทำให้การขจัดคราบเสื้อผ้าไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นคราบกาแฟ คราบหมึก หรือคราบน้ำมัน ทั้งที่ลองหลายน้ำยาแล้วก็ตาม
ขจัดคราบกาแฟ
คราบกาแฟมีทั้งส่วนที่เป็นสีและส่วนที่เป็นไขมันจากครีมหรือนม การขจัดจึงต้องจัดการทั้งสองส่วน
1) ซับคราบส่วนเกินด้วยผ้าสะอาดทันที ห้ามถูเพราะจะทำให้คราบกระจายเป็นวงกว้างขึ้น
2) ล้างด้านหลังผ้าด้วยน้ำเย็นไหลผ่าน เพื่อดันคราบออกจากเนื้อผ้าแทนการดันเข้า
3) หยดน้ำยาล้างจานลงบนคราบเบา ๆ แล้วนวดเบามือ ทิ้งไว้ 5 ถึง 10 นาทีก่อนซักตามปกติ
ถ้ากาแฟมีนมหรือครีมผสม ควรเน้นขั้นตอนนี้ให้นานขึ้นเล็กน้อย เพราะไขมันจากนมมักเป็นส่วนที่ทำให้คราบติดแน่นกว่ากาแฟดำ
ขจัดคราบหมึก
คราบหมึกต่างชนิดต้องใช้วิธีต่างกัน สับสนวิธีกันจะทำให้คราบกระจายแทนที่จะจางลง
| ชนิดหมึก | วิธีที่เหมาะสม | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ปากกาลูกลื่น | ซับด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผลก่อนซัก | ทดสอบมุมผ้าก่อน แอลกอฮอล์อาจทำสีตก |
| ปากกาหมึกซึมหรือหมึกน้ำ | ซับด้วยน้ำยาล้างจานโดยตรง | ซับเบามือ ห้ามถูแรงจะกระจายคราบ |
| หมึกปริ้นเตอร์หรือหมึกถาวร | ใช้น้ำยาเฉพาะทางหรือส่งซักแห้ง | บางชนิดขจัดไม่ออก 100 เปอร์เซ็นต์ |
ก่อนใช้แอลกอฮอล์กับคราบหมึก ควรทดสอบตรงมุมผ้าก่อนเสมอ เพราะผ้าบางชนิดสีตกง่ายเมื่อโดนแอลกอฮอล์เข้มข้น
คราบผสมที่พบบ่อย
บางคราบไม่ได้เป็นแค่ชนิดเดียว เช่น คราบกาแฟใส่นมที่มีทั้งสีและไขมันปนกัน หรือคราบซอสที่มีทั้งน้ำมันและสีผสมอยู่ในจุดเดียว วิธีขจัดคราบบนเสื้อแบบนี้ต้องแก้ทีละส่วนตามลำดับ
1) จัดการส่วนที่เป็นไขมันหรือน้ำมันก่อนเสมอ ด้วยน้ำยาล้างจาน
2) ตามด้วยส่วนที่เป็นสี ด้วยวิธีเฉพาะของคราบชนิดนั้น เช่น น้ำเย็นสำหรับคราบกาแฟ
3) ตรวจดูให้แน่ใจว่าทั้งสองส่วนจางหมดก่อนซักตามปกติ ไม่เช่นนั้นส่วนที่เหลือจะกลายเป็นคราบถาวรตอนอบแห้ง
ขจัดคราบน้ำมัน
คราบน้ำมันไม่ละลายน้ำ การซักด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวจึงไม่ช่วยอะไร ต้องใช้ตัวช่วยที่จับไขมันได้โดยเฉพาะ
- โรยแป้งฝุ่นหรือแป้งข้าวโพดทันทีที่เปื้อน: ช่วยดูดซับน้ำมันก่อนที่จะซึมลึก
- ใช้น้ำยาล้างจานแทนผงซักฟอกทั่วไป: น้ำยาล้างจานออกแบบมาจับไขมันโดยเฉพาะ
- หลีกเลี่ยงน้ำร้อนในรอบแรก: ความร้อนทำให้ไขมันซึมลึกเข้าเนื้อผ้าก่อนจะจับออกได้
- ตรวจดูให้แน่ใจว่าคราบจางหมดก่อนอบแห้ง: คราบน้ำมันที่โดนความร้อนจะติดถาวร
คราบน้ำมันเก่าที่ตากแห้งมาหลายวัน มักต้องทำซ้ำสองถึงสามรอบกว่าจะจางหมด ไม่ใช่เรื่องผิดปกติถ้าไม่หายตั้งแต่การซักผ้าเปื้อนครั้งแรก
เตรียมชุดอุปกรณ์ขจัดคราบติดบ้านไว้ล่วงหน้า
วิธีขจัดคราบบนเสื้อที่ได้ผลเร็ว มักเริ่มจากมีอุปกรณ์พร้อมใช้ทันทีที่เปื้อน ไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อตอนคราบเริ่มแห้งแล้ว
- น้ำยาล้างจานสูตรอ่อนโยน: ใช้ได้ทั้งคราบกาแฟและคราบน้ำมัน
- แอลกอฮอล์ล้างแผลขวดเล็ก: สำหรับคราบหมึกปากกาลูกลื่นโดยเฉพาะ
- แป้งฝุ่นหรือแป้งข้าวโพด: ดูดซับคราบน้ำมันก่อนซึมลึก
- ผ้าสะอาดสีขาวสำหรับซับคราบ: ไม่ทิ้งสีปนเปื้อนกลับไปที่เสื้อ
ชุดอุปกรณ์วิธีขจัดคราบบนเสื้อแบบนี้ ราคารวมไม่ถึงสองร้อยบาท แต่ช่วยประหยัดเสื้อผ้าราคาแพงได้หลายตัวตลอดทั้งปี
วิธีขจัดคราบบนเสื้อที่ได้ผล อยู่ที่รู้ชนิดของคราบและจัดการให้ถูกจังหวะ ไม่ใช่แค่ใช้น้ำยาแรงที่สุดที่มี
ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48
นาซ่าลาดพร้าว 48 ให้บริการซักรีดและดูแลเสื้อผ้าที่มีคราบฝังแน่น ด้วยขั้นตอนที่เหมาะกับแต่ละชนิดคราบโดยเฉพาะ
สอบถามบริการซักรีดได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00
- โทร: 02-101-0582
- Line: @maid4848
- เว็บ: https://www.nasaladphrao48.com/
อ้างอิง
[UGA Extension: วิธีขจัดคราบกาแฟและชา] https://site.extension.uga.edu/textiles/care/stain-removal/remove-stains-from-coffee-tea/
[NMSU: การขจัดคราบบนเสื้อผ้า] https://pubs.nmsu.edu/_c/C502/

