ตอนเช้าที่ต้องรีบออกจากบ้าน ลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้า คือเรื่องที่พี่เลี้ยงหลายบ้านเจอ พอบอกให้ใส่ชุดก็ร้อง ไม่ยอมยกแขน หนีไปเล่นอย่างอื่น กว่าจะแต่งตัวเสร็จก็ผ่านไปเป็นชั่วโมง ทั้งพี่เลี้ยงและลูกเหนื่อยก่อนเริ่มวัน เรื่องนี้แก้ได้ด้วยกิจวัตรที่ชัดและใจที่นิ่งกว่าเดิม ไม่ต้องใช้วิธีพิเศษอะไร
ลูกถึงไม่ยอมใส่ชุด
เด็กที่ไม่ยอมใส่ชุดไม่ได้ตั้งใจแกล้งใคร เด็กเล็กมักมีเหตุผลเล็ก ๆ ของตัวเอง ที่ผู้ใหญ่มองข้ามได้ง่าย ถ้าเจอว่าลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้า ลองสังเกตก่อนว่าติดอยู่ตรงจุดไหน จะได้แก้ถูกจุด
- ชุดคับ หรือเนื้อผ้าระคายตัว: ลูกอาจไม่ชอบความรู้สึกตอนใส่ จึงปฏิเสธตั้งแต่เห็นชุด
- ยังอยากเล่นอยู่ ไม่อยากหยุด: เด็กยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรีบ
- ตื่นมาแล้วต้องรีบทุกอย่างโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า: ตั้งตัวไม่ทัน เลยต่อต้าน
- อยากเลือกเองบ้าง: เด็กวัยนี้ชอบรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์ตัดสินใจ
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องกิจวัตรและความรู้สึกของเด็กตามวัย ไม่ได้บอกว่าลูกมีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ ถ้าพี่เลี้ยงสังเกตว่าลูกไม่ยอมใส่ชุดมานานหรือเป็นหนักมาก ให้บอกพ่อแม่ตามที่เห็น เรื่องที่ลึกกว่ากิจวัตรเป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเอง เพราะลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้าอาจมีเหตุผลที่คนนอกมองไม่เห็นก็ได้
เตรียมของไว้ตั้งแต่คืนก่อน
เตรียมชุดนักเรียนไว้ตั้งแต่คืนก่อนเป็นวิธีที่ช่วยให้ตอนเช้าเบาลงมาก เพราะลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้าส่วนใหญ่เกิดตอนที่ทุกอย่างยังไม่พร้อมและต้องรีบ ถ้าของพร้อมอยู่แล้ว พี่เลี้ยงก็ไม่ต้องรื้อหาในตอนที่ลูกกำลังหงุดหงิด
1) หลังลูกอาบน้ำตอนเย็น วางชุดนักเรียนพร้อมชุดชั้นในและถุงเท้าไว้ที่เดิมทุกคืน
2) วางรองเท้าและกระเป๋าไว้ใกล้ประตู ให้ลูกเห็นว่าพร้อมไปแล้ว
3) คืนก่อนนอนบอกลูกสั้น ๆ ว่าพรุ่งนี้เช้าจะแต่งตัวชุดนี้นะ ให้ลูกรู้ล่วงหน้า
พอลูกเห็นชุดวางอยู่ที่เดิมทุกคืน ก็จะค่อย ๆ คุ้นว่านี่คือสิ่งที่ต้องใส่ตอนเช้า ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่โผล่มาตอนรีบ พอทำซ้ำสักสองสามสัปดาห์ เรื่องที่ลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้ามักค่อย ๆ เบาลงเอง
ให้ลูกมีส่วนเลือก
ให้ลูกเลือกเองในสิ่งที่เลือกได้ช่วยให้เด็กรู้สึกมีส่วนร่วม และลดแรงต่อต้านได้จริง เด็กที่รู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์พูดบ้างมักต่อต้านน้อยลง เวลาแก้เรื่องลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้า การให้ทางเลือกเล็ก ๆ ที่ไม่กระทบกติกา มักได้ผลดีกว่าการสั่งอย่างเดียว
| เรื่องที่ให้เลือกได้ | เรื่องที่ต้องเหมือนเดิม |
|---|---|
| จะใส่เสื้อก่อนหรือกางเกงก่อน | ต้องใส่ชุดนักเรียนตามที่โรงเรียนกำหนด |
| จะนั่งแต่งตัวที่ไหนในบ้าน | แต่งตัวเสร็จก่อนออกจากบ้านทุกวัน |
| จะใส่ถุงเท้าสีไหนที่โรงเรียนอนุญาต | เวลาออกจากบ้านตามที่พ่อแม่กำหนด |
การเลือกเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองคุมได้บางส่วน แต่กรอบใหญ่ยังอยู่ที่เดิม พี่เลี้ยงไม่ต้องเถียงกับลูกทุกเช้า และไม่ต้องเหนื่อยกับเรื่องลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้าซ้ำ ๆ ทุกวัน
แบ่งทีละขั้นและไม่เร่ง
แบ่งขั้นตอนแต่งตัวทีละอย่างช่วยให้เด็กเล็กทำตามได้ง่ายขึ้นมาก เพราะคำสั่งยาว ๆ อย่างไปใส่ชุดเดี๋ยวนี้ทำให้ลูกไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
- บอกทีละคำสั่ง เช่น ยกแขนขึ้น แล้วค่อยบอกขั้นต่อไป: ลูกทำตามได้ง่ายกว่าคำสั่งยาว
- ชวนทำเป็นเกมสั้น ๆ เช่น แข่งกับนาฬิกา หรือเดาว่าแขนไหนเข้าก่อน: ลดความรู้สึกว่าโดนบังคับ
- ช่วยตรงส่วนที่ลูกยังทำเองไม่ได้ เช่น กระดุมหรือซิป: ลูกไม่ท้อก่อนจะเสร็จ
- เผื่อเวลาตอนเช้าไว้ล่วงหน้า ไม่ปล่อยให้ใกล้ถึงเวลาออกแล้วค่อยเริ่ม: เวลาเหลือเยอะ พี่เลี้ยงก็ใจเย็นได้
ไม่รีบและไม่ดุตอนเช้าเป็นเรื่องที่ยากที่สุด แต่ช่วยได้มากที่สุดด้วย เพราะถ้าพี่เลี้ยงเริ่มเสียงดัง ลูกมักยิ่งต่อต้านหนักขึ้น พอพี่เลี้ยงพูดเสียงต่ำและนิ่ง ลูกก็สงบลงเร็วกว่า ถ้าลูกร้องหรือดิ้น ให้หยุดรอสักครู่ แล้วค่อยเริ่มขั้นต่อไปใหม่
ถ้าลูกทำได้แม้ทีละนิด ให้ชมสั้น ๆ ตรงที่ลูกทำได้ เช่น ใส่แขนได้เอง เก่งมาก คำชมที่ตรงจุดทำให้เด็กอยากทำอีกในวันต่อไป
ถ้าเช้านี้ยังไม่ยอมจริง ๆ
บางเช้าต่อให้เตรียมของไว้แล้ว ก็ยังเจอว่าลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้า และพี่เลี้ยงเริ่มกังวลเรื่องเวลา ตรงนี้ไม่มีสูตรตายตัว แต่มีหลักง่าย ๆ ที่ช่วยให้ไม่ทะเลาะกันตั้งแต่เช้า
- หยุดพักสั้น ๆ แล้วเริ่มใหม่ ไม่ต้องดึงดันต่อทันที: เด็กที่กำลังร้องยังฟังคำสั่งไม่เข้าหู ต้องรอให้สงบก่อน
- ยื่นทางเลือกที่ไม่ทำให้เสียเวลามาก เช่น ใส่เสื้อก่อนหรือกางเกงก่อน: ลูกได้ตัดสินใจ พี่เลี้ยงได้ไปต่อ
- ไม่ต่อรองด้วยของล่อ เช่น ขนมหรือมือถือ: เด็กจะจำว่าต้องร้องก่อนถึงได้ของ ครั้งหน้าจะร้องแรงขึ้น
- ถ้าเวลาเริ่มเร่งมาก ให้ช่วยใส่เร็ว ๆ ด้วยท่าทีใจเย็น แล้วค่อยคุยกันตอนเย็น: ตอนรีบไม่ใช่เวลาที่เหมาะจะสอน
การรับมือแบบนี้ไม่ได้ทำให้ลูกเลิกร้องในพริบตา แต่ช่วยให้เช้าที่ยากผ่านไปได้โดยไม่มีใครต้องเสียใจ แล้วเก็บบทเรียนไว้ปรับกิจวัตรของวันถัดไป พี่เลี้ยงไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวถ้าบางเช้าไม่เป็นไปตามแผน เพราะเด็กเล็กเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็ว วันนี้ยากแต่พรุ่งนี้อาจง่ายกว่าเดิมก็ได้
คุยกับพ่อแม่ให้ตรงกัน
คุยกับพ่อแม่เรื่องกิจวัตรตอนเช้า คือส่วนที่ทำให้ทุกวิธีข้างบนใช้ได้จริง เพราะถ้าพี่เลี้ยงทำอย่างหนึ่งและพ่อแม่ทำอีกอย่าง ลูกไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนทุกเช้าอาจหนักขึ้น เพราะลูกสับสนว่าต้องทำตามใคร
- ถามพ่อแม่ว่าตอนเช้าอยากให้ลูกตื่นกี่โมงและออกจากบ้านกี่โมง: จะได้วางเวลาเตรียมตัวให้พอดี
- ถามว่าที่บ้านมีกติกาเรื่องแต่งตัวอย่างไร เช่น ใส่เองหรือให้ช่วย: พี่เลี้ยงจะทำตามที่บ้านตกลง
- เล่าให้พ่อแม่ฟังว่าลูกติดตรงขั้นไหนและวิธีไหนที่ได้ผล: พ่อแม่ได้ข้อมูลจริงไว้ใช้ตัดสินใจ
- ไม่เปลี่ยนกติกาเองโดยไม่บอกพ่อแม่: ลูกจะได้ไม่เจอกติกาที่เปลี่ยนไปมา
นาซ่าลาดพร้าว 48 เป็นตัวแทนจัดหาแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็ก ใครที่กำลังหาพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลลูกตอนเช้าและช่วงอื่น ๆ ของวัน ก็ปรึกษาเราได้ แต่กิจวัตรและกติกาของลูกเป็นเรื่องที่พ่อแม่ตัดสินใจเสมอ
ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48
สอบถามการจัดหาพี่เลี้ยงของเราได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00
- โทร: 02-101-0582
- Line: @maid4848
- เว็บ: https://www.nasaladphrao48.com/
อ้างอิง
[HealthyChildren.org (สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน) — เด็กวัยเรียนและเรื่องโรงเรียน] https://www.healthychildren.org/English/ages-stages/gradeschool/school/Pages/default.aspx
[HealthyChildren.org — การสื่อสารและการวางกติกาในบ้าน] https://www.healthychildren.org/English/family-life/family-dynamics/communication-discipline/Pages/default.aspx

