ร่วมไว้อาลัย
ร่วมไว้อาลัย

ลูกหลบหลังพ่อแม่เวลาเจอผู้ใหญ่ พ่อแม่ควรทำอย่างไร

ลูกชอบหลบหลังพ่อแม่

ภาพที่ลูกหลบหลังพ่อแม่เมื่อพบญาติหรือผู้ใหญ่ทำให้หลายบ้านกังวลว่าจะถูกมองว่าไม่สอนมารยาท แต่การรีบดึงตัวออกมา สั่งให้ไหว้ซ้ำ ๆ หรือพูดว่า “ทำไมไม่รู้จักทัก” ต่อหน้าคนอื่น อาจทำให้เด็กยิ่งเกร็ง พ่อแม่ยังสอนการทักทายแบบไทยได้ โดยเริ่มจากช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและค่อยฝึกพฤติกรรมที่ทำได้จริง

อย่าเพิ่งสรุปว่าลูกเสียมารยาท

เด็กอาจหลบเพราะยังไม่คุ้นหน้า เพิ่งมาถึงสถานที่ใหม่ ง่วง เหนื่อย หรือไม่พร้อมรับความสนใจจากหลายคนพร้อมกัน เด็กบางคนต้องใช้เวลาสังเกตก่อนเข้าใกล้คนใหม่ การหยุดอยู่ข้างพ่อแม่จึงอาจเป็นวิธีตั้งหลัก ไม่ใช่การตั้งใจเมินผู้ใหญ่

  • ไม่เรียกลูกว่าขี้อายต่อหน้าเขา
  • ไม่เปรียบเทียบกับพี่น้องหรือเด็กคนอื่น
  • ไม่ขู่ให้ทักเพื่อแลกของรางวัล
  • ไม่ปล่อยให้คนอื่นอุ้มหรือแตะตัวเมื่อเด็กถอยหนี

หากลูกหลบ พ่อแม่สามารถยืนเป็นหลักให้ก่อน กล่าวทักผู้ใหญ่ตามปกติ แล้วบอกสั้น ๆ ว่า “หนูขอยืนกับแม่ก่อนนะ” ประโยคนี้ช่วยรักษาบรรยากาศโดยไม่แก้ตัวแทนเด็กมากเกินไป และสื่อให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเด็กต้องการเวลา

พ่อแม่ทักเป็นตัวอย่างก่อน

เด็กเรียนรู้มารยาทจากสิ่งที่เห็นซ้ำ ๆ พ่อแม่จึงเริ่มด้วยการไหว้ กล่าวสวัสดี เรียกญาติให้ถูก และพูดคุยด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องหยุดวงสนทนาเพื่อจับทุกสายตามาที่เด็ก เมื่อบรรยากาศเดินต่อ เด็กมักมีพื้นที่สังเกตโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกทดสอบ

ช่วงแรกที่พบกัน พ่อแม่ทำได้ คำที่ใช้ได้
ลูกซ่อนทั้งตัว ยืนให้ลูกเกาะและทักแทนก่อน หนูขอดูก่อนนะ
ลูกมองแต่ไม่พูด รับรู้โดยไม่เร่ง พร้อมแล้วค่อยสวัสดีค่ะหรือครับ
ลูกยิ้มหรือพยักหน้า นับเป็นก้าวแรก หนูเห็นคุณยายแล้วนะ
ลูกเริ่มผ่อนคลาย เสนอทางเลือกสั้น ๆ จะไหว้ตรงนี้หรือไปใกล้อีกนิด

ผู้ใหญ่ในครอบครัวอาจคาดหวังให้เด็กไหว้ทันที พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงกลางวง แต่ตอบอย่างสุภาพได้ว่า “ขอเวลาเขาปรับตัวนิดหนึ่ง เดี๋ยวพร้อมแล้วจะพามาทักค่ะ” จากนั้นเปลี่ยนความสนใจไปเรื่องอื่นเพื่อลดแรงกดดัน

ให้เวลาปรับตัวโดยไม่ปล่อยเรื่องการทักหายไป

การให้เวลาไม่เท่ากับไม่สอน พ่อแม่ควรอยู่ใกล้และสังเกตว่าเมื่อไรลูกเริ่มคลายมือ มองคนอื่น หรือสนใจกิจกรรมในห้อง จังหวะนั้นค่อยเตือนเบา ๆ เพียงครั้งเดียว หากลูกยังไม่พร้อม อาจใช้การโบกมือ พยักหน้า หรือยิ้มเป็นสะพานก่อน แล้วค่อยฝึกคำพูดในครั้งต่อไป

กำหนดความคาดหวังให้เหมาะกับวัย เด็กเล็กอาจทำได้เพียงยกมือไหว้ตาม เด็กโตขึ้นอาจกล่าว “สวัสดีค่ะ” หรือ “สวัสดีครับ” พร้อมเรียกญาติ การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ในงานเดียว หากถูกเร่งหลายคำสั่งพร้อมกัน เด็กอาจจำได้เพียงความกดดันแทนวิธีทัก

  • การไหว้พร้อมกล่าวสวัสดี
  • การไหว้อย่างเดียว
  • การพยักหน้าหรือโบกมือเป็นก้าวแรก
  • การยืนฟังอยู่ข้างพ่อแม่

สอนการไหว้ตอนที่ไม่มีคนกำลังมอง

1) ก่อนออกจากบ้าน บอกสั้น ๆ ว่าจะไปพบใครและสถานที่น่าจะเป็นอย่างไร เช่น มีญาติหลายคนหรือเสียงดัง เพื่อให้ลูกเตรียมใจ

2) ซ้อมหนึ่งสถานการณ์ ไม่ซ้อมเป็นบทพูดยาว ให้พ่อแม่เล่นเป็นคุณตาหรือคุณป้า แล้วให้ลูกเลือกว่าจะไหว้พร้อมพูดหรือไหว้อย่างเดียว

3) ตกลงสัญญาณส่วนตัว เช่น แตะไหล่เบา ๆ หรือพูดว่า “ถึงเวลาสวัสดีแล้ว” โดยต้องเป็นสัญญาณที่ลูกเข้าใจและไม่ใช้ล้อเลียน

4) หลังกลับบ้าน ทบทวนเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้น ถามว่าตอนไหนรู้สึกสบายขึ้นและครั้งหน้าต้องการให้พ่อแม่ช่วยอย่างไร

5) ชมพฤติกรรมที่ชัด เช่น “วันนี้หนูยืนข้างแม่แล้วไหว้คุณน้าได้” แทนการชมกว้าง ๆ ว่าเก่ง หรือประชดว่ากว่าจะยอมทักได้

การซ้อมควรสั้นและจบในบรรยากาศปกติ ไม่ควรบังคับให้ทำซ้ำจนกว่าจะถูกใจผู้ใหญ่ เป้าหมายคือให้เด็กรู้ลำดับและมีคำที่ใช้ได้ ไม่ใช่สร้างการแสดงเพื่อให้ญาติพอใจ

แยกการทักทายออกจากการยอมให้แตะตัว

การไหว้หรือกล่าวสวัสดีไม่ได้หมายความว่าเด็กต้องยอมกอด หอมแก้ม จับมือ หรือนั่งตัก พ่อแม่สามารถสอนให้ลูกทักอย่างสุภาพพร้อมกับเคารพสิทธิในร่างกายของเขา หากลูกถอยจากการสัมผัส ให้เสนอทางเลือก เช่น ไหว้อยู่ข้างพ่อแม่หรือโบกมือจากระยะที่สบายใจ และบอกญาติล่วงหน้าได้ว่าลูกเป็นคนเลือกว่าจะกอดหรือไม่

สิ่งที่ผู้ใหญ่ขอ ทางเลือกที่เคารพเด็ก พ่อแม่พูดได้
ขออุ้มหรือกอด ให้ลูกเลือกเอง วันนี้ไหว้กันก่อนนะคะ
เรียกให้ไปนั่งใกล้ อยู่ข้างพ่อแม่ก่อน ขอให้เขาคุ้นอีกนิดค่ะ
ถามว่าทำไมไม่พูด ลดการจับจ้อง เพิ่งมาถึง ขอเวลาสักครู่นะคะ
ชวนคุยตรง ๆ ตอบทีละคำเมื่อพร้อม ค่อย ๆ ถามเขาได้ค่ะ

สังเกตว่าเป็นเพียงช่วงปรับตัวหรือกระทบชีวิตประจำวัน

ถ้าลูกใช้เวลาสักพักแล้วค่อยเล่นหรือพูดคุยได้ และยังไปโรงเรียน ทำกิจกรรม หรือพบคนคุ้นเคยได้ตามปกติ อาจเป็นจังหวะการปรับตัวของเด็กแต่ละคน แต่ถ้ากังวลมากทุกครั้ง หลีกเลี่ยงผู้คนจนกระทบการเรียนหรือกิจกรรม หรือมีอาการทางกายและความทุกข์ชัดเจน ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

การขอคำปรึกษาไม่ได้แปลว่าลูกผิดปกติ แต่ช่วยแยกว่าต้องการเพียงเวลาและการฝึกทีละน้อย หรือมีความกังวลที่ควรได้รับการดูแลเพิ่มเติม ระหว่างนั้นควรงดการติดป้ายว่าเสียมารยาท ขี้กลัว หรือเอาแต่ใจ

เมื่อลูกหลบหลังพ่อแม่ ให้ทักเป็นตัวอย่างและให้เวลาตั้งหลัก จากนั้นเสนอการไหว้หรือคำสวัสดีแบบสั้นในจังหวะที่ลูกผ่อนคลาย ไม่ลากตัว ไม่ตำหนิต่อหน้าคนอื่น และไม่บังคับให้ยอมรับการสัมผัส

ติดต่อเรา|นาซ่าลาดพร้าว 48

นาซ่าลาดพร้าว 48 ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กที่ช่วยดูแลกิจวัตรและพาเด็กเข้าร่วมสถานการณ์ทางสังคมตามแนวทางที่ครอบครัวตกลงกัน

สอบถามบริการพี่เลี้ยงเด็กได้ — โทร 02-101-0582 หรือ Line @maid4848 วันจันทร์ถึงศุกร์ 09:00 ถึง 17:00

อ้างอิง

[HealthyChildren.org โดย American Academy of Pediatrics: เด็กบางคนต้องใช้เวลาปรับตัวกับคนและสถานการณ์ใหม่] https://www.healthychildren.org/english/ages-stages/gradeschool/Pages/How-to-Understand-Your-Childs-Temperament.aspx

[HealthyChildren.org โดย American Academy of Pediatrics: การเป็นแบบอย่างและฝึกก้าวเล็ก ๆ สำหรับเด็กที่กังวลเมื่อพบคนใหม่] https://www.healthychildren.org/english/tips-tools/ask-the-pediatrician/pages/my-daughter-is-extremely-shy-and-anxious-around-strangers.aspx

Share the Post: